...

เทคโนโลยีเพื่อการรักษาผู้ป่วย

มั่นใจในเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจวินิจฉัย ตลอดจนการรักษาผู้ป่วยเป็นสำคัญ จึงได้มีการจัดหาและนำเครื่องมือเครืองใช้ทางการแพทย์ที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วย เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบ วินิจฉัยและให้ได้ผลไวต่อการรักษา ดังนี้
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ [Computed Tomography] ( 64 slice)
  • การตรวจเอกซเรย์พิเศษ [special examination with digital fluoroscopy]
  • การตรวจเอกซเรย์เต้านม [Mammogram]
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ [Ultrasound]
  • การตรวจเอกซเรย์ทั่วไป [General X-Ray]
  • การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า [MRI]
  • เอกซเรย์เคลื่อนที่ [X-Ray Portable]

การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า - MRI

เป็นการตรวจทางรังสีวินิจฉัยวิธีการหนึ่ง โดยอาศัยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุที่มีผลต่อโปรตอน ซี่งเป็นส่วนประกอบในเนื้อเยื่อของร่างกาย
ประโยชน์ของการตรวจ MRI
  • สามารถจำแนกคุณสมบัติของเนื้อเยื่อที่แตกต่างกันได้หลายแบบและตรวจหาสิ่งผิดปกติในระยะแรกได้
  • ตรวจได้ทุกระนาบโดยไม่ต้องขยับตัวผู้ป่วย
  • ไม่เกิดการแตกตัวเป็นไอออนภายในร่างกาย
  • สามารถตรวจเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ภายในกระดูกได้
  • ไม่มีรังสีเอกซ์ที่เป็นอันตรายแก่ร่างกาย
  • ผู้ป่วยโรคไตวาย ( renal failure) ก็สามารถตรวจด้วยวิธีนี้ได้

ปัจจุบันเครื่อง MRI ของโรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี สามารถตรวจความผิดปกติได้ครอบคลุมเกือบทุกอวัยวะ ดังนี้
  • ภายในกระโหลกศีรษะ เช่น สมอง ต่อมใต้สมอง ตา หูชั้นใน
  • ระบบกระดูกสันหลังและไขสันหลัง
  • เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ กระดูกส่วนต่าง ๆ รวมทั้งการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นบริเวณข้อกระดูก เช่น ข้อเข่า
  • อวัยวะในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูก ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ
  • บริเวณทรวงอก หัวใจ ช่องท้อง เต้านมสตรี
  • หลอดโลหิตในสมองและลำตัวโดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสี

เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง 64-Slice CT Scan

เทคโนโลยีในปัจจุบันมีการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีความเร็วสูงขึ้น โดยสามารถสร้างภาพได้ครั้งเดียว 64 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ 360 องศา โดยใช้ความเร็วเพียง 0.4 วินาที ที่เรียกว่า 64 Slice MDCT (MultiDetector CT) ทำให้มีความเร็วในการจับภาพอวัยวะที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา เช่น หัวใจ ได้แม่นยำถึง 90%
 

ความสามารถของเครื่อง 64-Slice CT Scan

  • สามารถสร้างภาพครั้งเดียว 64 ภาพ ต่อการหมุน 1 รอบ (360 องศา)
  • สามารถหมุนด้วยความเร็วเพียง 0.4 วินาที ซึ่งเป็นความเร็วที่ทำให้การตรวจหัวใจได้ดีที่สุด เนื่องจากหัวใจมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลา
  • ทำการตรวจผู้ป่วยที่มีแนวโน้มในการเป็นโรคทางด้านหัวใจ เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ หรืออุดตัน ซึ่งช่วยในการตรวจผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการแสดงออกของโรคหัวใจให้เห็น
  • ไม่ต้องทำการตรวจด้วย วิธี "สวนหัวใจ" ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายในการตรวจสูง
  • ตรวจโรคต่างๆ ได้ด้วยความแม่นยำสูง เช่น การตรวจหลอดเลือดโดยใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบ Non-Invasive ซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย รวดเร็ว และผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัว เหมือนการตรวจหลอดเลือดโดยใช้เครื่อง เอกซเรย์ทั่วไป (วิธี Invasive) ซึ่งต้องมีการใส่สายสวนหลอดเลือดเข้าในร่างกาย
  • หลังการตรวจผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพัก สามารถลุกขึ้นเดินและทำงานได้ตามปกติ

ประสิทธิภาพของเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการตรวจหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
  • ใช้ตรวจดูภาวะการตีบของหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ โดยสามารถตรวจดูได้ทั้งลักษณะภายใน และภายนอกของ หลอดเลือด
  • ใช้ตรวจการสะสมของหินปูน (Calcuim Scoring) ในผนังหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งสามารถใช้เป็นตัวกำหนด โอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคตได้
  • สามารถเห็นภาพหัวใจและหลอดเลือดระนาบต่างๆ ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ เป็นประโยชน์ในการวางแผน การรักษา
  • มีโปรแกรมคำนวณที่ทันสมัย ทำให้สามารถตรวจการทำงาน และการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจได้อย่าง แม่นยำ
  • ตรวจพยาธิสภาพของเยื่อหุ้มหัวใจและอวัยวะใกล้เคียง

ประโยชน์ของเครื่อง 64-Slice CT Scan
  • วินิจฉัยภาวะเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบในคนที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น กราฟหัวใจผิดปกติแต่ไม่มีอาการเจ็บหน้าอก มีหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือตรวจก่อนการผ่าตัดใหญ่
  • ตรวจเพื่อติดตามผลหลังการผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจหรือหลังการขยายเส้นเลือดหัวใจหรือหลังการขยายเส้นเลือดหัวใจแต่กำเนิด (Coronary Anomalies)